สมเด็จพระบรมราชินีกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง PDF พิมพ์ อีเมล

          หลังจากเสด็จงานพระราชพิธีฉลองพระนครครบ ๑๕๐ ปี ไม่นานนัก สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ก็ได้ตามเสด็จพระราชสวามีไปประทับที่พระตำหนักเปี่ยมสุขสวนไกลกังวล หัวหิน เพื่อทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถหลังจากทรงตรากตรำปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาอย่างต่อเนื่อง แต่แล้ววันเวลาแห่งความเบิกบานพระราชหฤทัยซึ่งมีอยู่เพียงสั้น ๆ ก็จบสิ้นลง จากเหตุการณ์ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ ด้วยมีคณะบุคคล ซึ่งประกอบด้วย ทหารบก ทหารเรือ และพลเรือนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตนเองว่า “คณะราษฎร” มีพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้า ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน และเข้าจับกุมพระบรมวงศ์บางพระองค์ รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่คุมกำลังทหาร แล้วมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณา เชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เสด็จพระราชดำเนินกลับคืนสู่พระนคร เป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้ธรรมนูญการปกครองที่คณะราษฎรได้สร้างขึ้น เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีผู้ใดทราบว่าเหตุการณ์จะรุนแรงเพียงใด เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งถามความเห็นในเรื่องนี้ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงตัดสินพระราชหฤทัยอย่างเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ทรงเลือกการกลับเข้าพระนคร ให้ความร่วมมือกับคณะราษฎรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ของบ้านเมืองให้กลับเข้าสู่ความสงบ ระงับเหตุที่อาจนำไปสู่การรบกันจนนองเลือด คำตอบของพระองค์ในครั้งนี้มีส่วนทำให้พระราชสวามีทรงตัดสินพระราชหฤทัยได้อย่างเด็ดขาด และที่สำคัญคือมีผลต่อประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยที่ทำได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่น้อย

          วันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้มีพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงมีพระราชปรารภว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นที่สถาพร มีประสิทธิภาพ เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขของประชาชน และนำให้ประเทศชาติบรรลุถึงความเจริญวัฒนาแต่ชั่วระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีความยุ่งยากทางการเมืองก็เริ่มขึ้น นับตั้งแต่ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดระหว่างรัฐบาลกับคณะราษฎร จนนำไปสู่การยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๖ หัวหน้าผู้ก่อการ คือ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ใน ๔ เดือนต่อมา ก็มีนายทหารและพลเรือนกลุ่มหนึ่งนำโดยพลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ซึ่งไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์และการดำเนินงานของคณะราษฎร ได้นำทหารจากภาคกลางและภาคอีสาน เข้ายึดดอนเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองอากาศยาน ออกแถลงการณ์ในนามของ “คณะกู้บ้านเมือง” เรียกร้องให้คณะรัฐบาลลาออกเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประมุข ปกครองตามระบอบรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง รัฐบาลแต่งตั้งให้พันโท หลวงพิบูลสงครามเป็นผู้อำนวยการปราบกบฏได้มีการต่อสู้กัน ในที่สุดทางฝ่ายรัฐบาลสามารถปราบปรามฝ่ายกบฏได้สำเร็จ

           ขณะเกิดเหตุการณ์กบฏบวรเดช พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงอยู่ในระหว่างแปรพระราชฐานประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข สวนไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อทรงทราบข่าว พระองค์ก็ไม่ทรงสบายพระราชหฤทัย เพราะไม่ต้องพระราชประสงค์ที่จะให้ผู้ใดอ้างว่าทำอะไรเพื่อพระราชบัลลังก์ พระองค์จึงทรงตัดสินพระราชหฤทัยเสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักเปี่ยมสุขมุ่งไปทางใต้ซึ่งห่างไกลจากเหตุการณ์เพื่อแสดงถึงการวางพระองค์เป็นกลาง พระองค์ประทับที่พระตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ จนเหตุการณ์สงบลง จึงเสด็จฯ กลับมาประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

           เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินพระราชหฤทัยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ไปยังประเทศอังกฤษเพื่อทรงรับการผ่าตัดและรักษาพระเนตร ในวันที่เสด็จฯ จากพระนครนั้น บรรดาผู้คน ข้าราชการ ข้าราชบริพาร ที่ตามเสด็จยังจำถึงสายพระเนตรที่ทอดพระเนตรดูพระมหาปราสาท พระราชวัง ประหนี่งเป็นการสั่งลาได้ดี ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มิได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาอีกเลย

 

แนะนำวีดีโอ

pic1 pic2 pic3
เสื่อจันทบูรณ์ สารคดีประชาธิปก แผ่นดินพระปกเกล้า
pic4 pic5 pic6
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พิธีอัญเชิญพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 7
กลับสยาม
พระนางเจ้ารำไพพรรณี ณ วังสวนบ้านแก้ว
ยื่นภาษีออนไลน์; New Balance Thailand; เงินกู้